gallery
65plus222

เมื่ออายุมาก..ดูแลช่องปากอย่างไร

สุขภาพช่องปาก มีความสำคัญต่อสุขภาพร่างกาย สุขภาพช่องปากนั้นถือเป็นต้นทาง ของการมีสุขภาพที่ดี ถ้าเรามีเหงือกและฟันแข็งแรง เคี้ยวอาหารได้ดี รับประทานอาหาร ที่มีประโยชน์ได้ครบถ้วน ก็ย่อมจะทำให้ สุขภาพร่างกายของเราแข็งแรงด้วย

พฤติกรรมทันตสุขภาพที่พึงปรารถนา ซึ่งเป็นหนทางให้มีสุขภาพช่องปากที่ดีมีอยู่ 6 ประการ คือ

      1.หมั่นตรวจฟันด้วยตนเอง เชื่อว่าหลายคนยังไม่เคยอ้าปากตัวเองดูเลย ทั้งที่ส่องกระจกทุกวัน เราควรจะตรวจดูเหงือกและฟันด้วยตนเอง โดยสังเกตสีของเหงือก เหงือกที่แข็งแรงจะมีสีชมพูอ่อน ซีด ถ้าเหงือกเป็นสีแดงแสดงว่า เหงือกมีการอักเสบเกิดขึ้น ลักษณะเหงือกจะไม่ค่อยเรียบ ผิวจะขรุขระเล็กน้อยพอสังเกตได้ คล้ายผิวส้ม ถ้ามีการอักเสบรวม เหงือกจะเรียบเป็นมันหรือมีหนองข้นสีขาวขุ่น เหมือนนมข้นไหลออกมาเมื่อเราใช้นิ้ว รีดเหงือกบริเวณคอฟัน

การมีฟันผุ สังเกตได้ไม่ยาก เพราะจะเห็นมีเส้นหรือรูดำ หรือน้ำตาลเข้มบนตัวฟัน โดยเฉพาะตามร่องฟันบนฟันกราม หรือตามซอกฟันบริเวณฟันหน้า แต่บางครั้งเส้นสีดำ หรือน้ำตาลที่เห็นก็อาจเป็นเพียงคราบสีที่ติดอยู่ได้ ทันตแพทย์จะใช้เครื่องมือแหลมๆ เขี่ยดูถ้าเป็นรูผุ ถ้าเขี่ยติดจะต้องอุดฟันซี่นั้นเพื่อป้องกันการผุลุกลามต่อไป ฟันที่แปรงไม่สะอาด จะมีคราบอาหารมาเกาะติดที่ผิวฟัน ถ้าทิ้งไว้นานเข้า จะมีสารแคลเซียมมาพอกเกิดเป็นหินปูน ซึ่งจะเห็นเป็นคราบแข็งสีเหลืองหรือน้ำตาล และมักจะพบว่าเหงือกบริเวณนั้นจะมีอาการอักเสบด้วย ฉะนั้น การตรวจช่องปากด้วยตนเองสม่ำเสมอ จะทำให้สามารถพบความผิดปกติได้เร็ว การรักษาก็จะได้ไม่ยุ่งยาก เสียเวลา เสียค่าใช้จ่ายมาก

     2.รักษาสุขภาพช่องปากให้สะอาดอยู่เสมอ การแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งในตอนเช้าและตอนเย็น เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการทำความสะอาดฟันและเหงือก แต่ต้องทำให้ถูกวิธีด้วย อย่างไรก็ดี การแปรงฟันอย่างเดียวจะทำความสะอาดฟันได้เพียงบางส่วน เพราะขนแปรงจะไม่สามารถเข้าถึงบริเวณซอกฟัน และร่องเหงือกได้ดีนัก จึงจำเป็นต้องใช้เส้นใยขัดฟันร่วมกับการแปรงฟันด้วยทุกครั้งหรืออย่างน้อยวันละครั้งก่อนการแปรงฟันในตอนเย็น

      3.เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เมื่อเรามีอายุมากขึ้นควรจะรับประทานผักและผลไม้ให้มาก เพราะสิ่งเหล่านี้จะมีวิตามินที่ช่วยในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย และที่สำคัญผักและผลไม้ก็จะช่วยทำความสะอาดเหงือกและฟันของเราได้ด้วย

      4.หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง ได้แก่ การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ เพราะสิ่งเหล่านี้นอกจากจะทำให้เกิดกลิ่นปากแล้วยังส่งผลร้ายต่อร่างกายด้วย การป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น เช่น สวมหมวกกันน็อคเมื่อขี่มอเตอร์ไซค์ หรือการสวมฟันยางเมื่อเล่นกีฬาก็เป็นเรื่องที่จำเป็น

     5.ไปพบทันตแพทย์ทุก 6 เดือนหรืออย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อตรวจสุขภาพของเหงือกและฟัน รวมทั้งอวัยวะอื่นๆ ในช่องปาก ได้แก่ ลิ้น เพดานปาก หรือกระพุ้งแก้ม การตรวจสภาพของฟันปลอมหรือวัสดุอุดฟันที่มีอยู่ว่าสมควรแก้ไขหรือทำใหม่หรือไม่ เพราะการใส่ฟันปลอมเป็นระยะเวลานานๆ จะทำให้ฟันปลอมหลวมไม่กระชับกับสันเหงือก อาจจะทำให้มีเนื้อเยื่อบริเวณใต้ฟันปลอมงอกเกินขึ้นมาโดยที่ไม่มีอาการใดๆ ก็ได้ ส่วนวัสดุอุดฟันที่อุดไว้นานแล้วจะมีอายุการใช้งานระยะหนึ่ง มักจะพบว่ามีการรั่วของวัสดุอุดฟัน ทำให้เกิดมีการผุใต้รอยอุดนั้น หรืออาจพบวัสดุฟันเปลี่ยนสี หัก บิ่น และฟันบางส่วนก็แตกหายไปด้วย

      6.รับรู้ข่าวสารด้านทันตสุขภาพ ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพช่องปากตลอดจนเทคนิคต่างๆ จะมีเผยแพร่มากขึ้นไม่ว่าจะเป็นบทความในนิตยสาร รายการสุขภาพทางวิทยุและโทรทัศน์เราควรศึกษาและเรียนรู้เพื่อจะได้เข้าใจ และปฏิบัติตัวได้ถูกต้องยิ่งขึ้น

การที่เรามีอายุมากขึ้น สิ่งที่ทุกคนต้องการก็คือการมีสุขภาพดี ซึ่งจะเกิดจากการดูแลเอาใจใส่ และการปฏิบัติตัวของเราเอง ไม่ใช่สิ่งที่เราจะให้หรือซื้อขายกันได้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก yourhealthyguide.com