gallery
fc2bf7ada41d059a37250c9b016cdbf1

ผู้หญิงกับโรคเหงือก

โรคเหงือกเป็นได้ทั้งผู้ชาย ผู้หญิง โดยเฉพาะในผู้ใหญ่ เชื่อหรือไม่ว่า 75% มีโรคเหงือกซึ่งเป็นอัตราที่สูงทีเดียว แต่สำหรับคุณผู้หญิงตลอดชีวิตมีหลายช่วงหลายตอนที่แตกต่างกว่าคุณผู้ชาย

     • ช่วงวัยรุ่น เมื่อเด็กผู้หญิงเข้าสู่ช่วงวัยหนุ่มสาว การผลิตฮอร์โมนเพศ คือ โปรเจสเตอโรนและเอสโตรเจนจะเพิ่มขึ้น ฮอร์โมนเหล่านี้มีผลต่อเหงือกทำให้เกิดการอักเสบง่ายขึ้น ปวด บวม แดง และเลือดออกง่าย เวลาเคี้ยวหรือแปรงฟัน
     • ในช่วงรอบเดือน ระหว่างการมีประจำเดือนคุณผู้หญิงมักไม่ค่อยสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในช่องปาก เลือดออกตามเหงือกง่ายขึ้น ซึ่งช่วงนี้เรามีความจำเป็นอย่างยิ่งต้องรักษาสุขภาพในช่องปากให้สะอาดมากๆ
     • การใช้ยาคุมกำเนิด สุภาพสตรีที่ใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดมักมีอาการอักเสบที่เหงือก ฮอร์โมนในยาคุมกำเนิดจะเพิ่มระดับโปรเจสเตอโรน หากคุณใช้ยาคุมกำเนิดอยู่โปรดบอกทันตแพทย์ด้วย ไม่ใช่ที่เกี่ยวกับเหงือกอักเสบเพียงอย่างเดียว แต่ยาบางตัวที่ทันตแพทย์จ่ายให้ เช่น ยาปฏิชีวนะบางตัวมีผลกระทบต่อการใช้ยาคุม
     • ตั้งครรภ์ ระหว่างช่วงมีน้องหรือตั้งครรภ์ ฮอร์โมนของร่างกายจะมีระดับสูงขึ้นมากกว่าปกติ การเกิดเหงือกอักเสบระหว่างตั้งครรภ์เดือนที่ 2- 8 จะมีอาการบ่อยๆ คือ เหงือกบวมแดง กดเจ็บ เวลาแปรงฟันเลือดออกง่าย ทันตแพทย์จะแนะนำให้ทำความสะอาดแปรงฟันบ่อยๆ อย่าให้คราบอาหารติดฟัน โดยเฉพาะในช่วง 2-8 เดือน เพื่อลดอาการดังกล่าว

     • Menopause วัยหมดประจำเดือน อาการที่มักจะแสดงออกในช่วงนี้คือ
               - ปวดอักเสบ ปวดร้อนที่ริมฝีปาก
               - การรับรสเปลี่ยนไป
               - น้ำลายลดลง ทำให้รู้สึกปากแห้ง
               - เสียวฟันมากขึ้นกับของร้อน ของเย็น

เรามีวิธีป้องกันอย่างไร
     1. ต้องแปรงฟันหลังอาหารทุกมื้อ มั่นใจว่าจะไม่มีคราบอาหารหลงเหลือติดอยู่ตามซอกฟันและเหงือก
     2. แปรงอย่างเดียวอาจไม่พอ ต้องใช้ไหมขัดฟันเอาเศษอาหารออกให้หมด
     3. พบทันตแพทย์ตรวจฟันและทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ
     4. ต้องเลือกอาหารให้เป็น เลี่ยงของหวาน น้ำอัดลม ของเหนียวๆ ติดฟันง่าย อย่ารับประทานพร่ำเพรื่อ

หากคุณดูแลสุขภาพในช่องปากและการเอาใจใส่เป็นอย่างดีแล้ว ความแตกต่างทางสรีระก็ไม่ใช่อุปสรรคของการมีฟันดีและยิ้มได้อย่างมั่นใจ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก healthtoday.net