gallery
Smiling Old Lady

ช่องปากเปลี่ยนไป..เมื่ออายุมากขึ้น

องค์การอนามัยโลก กำหนดคุณภาพชีวิตด้านทันตสุขภาพว่า คนเราเมื่ออายุเกิน 60 ปี ควรจะมีฟันที่ใช้งานได้อย่างน้อย 20 ซี่ มีฟันกรามสบกันดีทั้งซ้ายขวา อย่างน้อยข้างละ 2 คู่ นอกจากนี้ ยังต้องมีเหงือกแข็งแรง ไม่เป็นโรคเหงือกอักเสบ จึงจะถือว่าเป็นผู้มีสุขภาพช่องปากดี

ร่างกายของคนเราก็เหมือนกับเครื่องยนต์ ที่มีการสึกหรอและเสื่อมสภาพไป เมื่อใช้งานนานเข้า เหงือกและฟันก็เช่นเดียวกัน จะมีการเปลี่ยนแปลงตามวัย จึงมีการเข้าใจผิดว่า เมื่ออายุมากขึ้น ฟันจะหลุดไปเองตามธรรมชาติ แต่จากการที่องค์การอนามัยโลก ได้กำหนดไว้เช่นนี้ ก็ย่อมแสดงว่า เราสามารถมีฟันไว้ใช้งานไปได้ตลอดชีวิต ตราบที่เราดูแลรักษาความสะอาด ไม่มีฟันผุ หรือโรคเหงือกอักเสบเกิดขึ้น เราเองก็คงพบเห็น ท่านผู้สูงอายุหลายๆ คนที่มีฟันอยู่เต็มปาก แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างก็ตาม

ฟันที่ใช้งานมานาน หรือฟันที่มีอายุมากขึ้นจะเปลี่ยนสี จากขาวนวลเป็นสีคล้ำขุ่นขึ้น เพราะมีการสะสมของเซลล์เม็ดสีเพิ่มขึ้น เหมือนที่เกิดกับผิวหนังทั่วไป เหงือกจะร่นบริเวณคอฟัน ทำให้มองเห็นฟันซี่ยาวขึ้น เหงือกบริเวณซอกฟันจะหดตัวลง ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างซอกฟัน เศษอาหารติดง่าย ถ้าทำความสะอาดไม่ดี ก็จะทำให้ฟันผุ หรือเกิดเป็นโรคเหงือกอักเสบ จะเห็นได้ว่าเมื่ออายุมากขึ้น โอกาสเกิดฟันผุ บริเวณโคนฟันจะมีมากขึ้น นอกจากนี้ผู้สูงอายุ จะเสียวฟันเมื่อดื่มน้ำเย็น อาหารหวาน หรืออาหารและผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เนื่องจากเคลือบฟัน จะสึกหรอไปจากการใช้เคี้ยวอาหาร หรือจากการแปรงฟัน

เนื้อเยื่อในช่องปาก ก็จะมีการเปลี่ยนแปลงไป ผู้สูงอายุจะรู้สึกว่ารับประทานอาหาร ที่มีรสจัดไม่ค่อยได้ จะมีอาการแสบร้อนในช่องปาก บางคนจะมีอาการปากแห้ง น้ำลายน้อยลง โดยเฉพาะเวลารับประทานอาหาร ต้องจิบน้ำบ่อยๆ ซึ่งเกิดขึ้นตามธรรมชาติ นอกจากนั้น อาการปากแห้ง อาจเกิดจากผลของการได้รับยาต่างๆ หรือภาวะผิดปกติบางอย่าง อาการปากแห้งนี้ หากเป็นมาก ต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ เพื่อให้ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก yourhealthyguide.com