gallery
ปวดฟัน-01

ฟันร้าว

     ฟันร้าว เป็นลักษณะที่ฟันเกิดรอยแยกมักพบบริเวณด้านบดเคี้ยวของฟัน จะทำให้มีอาการปวดฟันที่ผู้ป่วยไม่สามารถบอกได้ชัดว่าเป็นซี่ใด มักจะปวดหรือเสียวเมื่อถูกความร้อน ความเย็น หรือเมื่อใช้เคี้ยว อาการปวดมักจะเป็นการปวดแปล๊บๆ พบในผู้สูงอายุ ฟันซี่ที่มักจะเกิดการร้าวได้บ่อยที่สุดคือ ฟันกรามล่าง รองลงมาคือ ฟันกรามน้อยบน และฟันกรามบน ตามลำดับ ฟันหน้าและฟันกรามน้อยล่างเกิดไม่บ่อยนัก แนวร้าวที่เกิดพบได้ทั้งแนวขวางและแนวยาว หรืออาจเกิดได้ทั้งในแนวดิ่งและแนวนอน

การเกิดรอยร้าวมักเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป อาจกินเวลานาน 12-18 เดือน ก่อนที่ฟันร้าวจะแตกอย่างสมบูรณ์ระยะแรกผู้ป่วยอาจจะรู้สึกเสียวฟันเพียงเล็กน้อย ในระยะนี้การตรวจและถ่ายภาพรังสีเอกซเรย์มักจะไม่พบความผิดปกติใดๆ ระยะต่อมาจึงจะเริ่มรู้สึกปวดฟัน และจะปวดมากขึ้นถ้ารอยร้าวขยายออกไป จนฟันซี่นั้นแตกอย่างสมบูรณ์ ซึ่งหมายถึงฟันจะแยกออกเป็น 2 ส่วน แต่รอยแยกจะยังแคบอยู่ ในระยะแรก จะเห็นรอยแตกชัดเจนเมื่อผู้ป่วยใช้เคี้ยวอาหาร ส่วนใหญ่การเกิดฟันแตกที่เป็นไปอย่างช้าๆ นี้ มักจะไม่มีชิ้นส่วนของฟันหลุดออกมา เพราะเหงือกรอบรากฟันยึดเอาไว้ รอยร้าวนี้ ถ้าเกิดในชั้นเคลือบฟัน ไม่ลึก จะไม่มีอาการใดๆ อาจจะมีแค่อาการเสียวฟัน แต่ถ้ารอยร้าวลึกเข้าไปถึงโพรงประสาทฟัน เชื้อโรคในช่องปากจะเข้าไปทำให้เกิดการติดเชื้อของเนื้อเยื่อในฟัน และทำให้ปวดฟันยิ่งขึ้น

     สาเหตุของฟันร้าว
ฟันร้าว เกิดจากสาเหตุหลายประการ ที่พบได้บ่อยๆ คือ
     • การเคี้ยวของแข็งๆ เช่น กระดูก น้ำแข็งหรือเมล็ดถั่วที่พบได้บ่อยๆ ก็คือ ระหว่างเคี้ยวอาหารแล้วไปเคี้ยวโดนเม็ดกรวดโดยไม่ตั้งใจ ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังในการเคี้ยวอาหาร และหลีกเลี่ยงอาหารแข็งกรอบ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ซึ่งจะมีความยืดหยุ่นของเนื้อฟันและอวัยวะรอบๆ รากฟันน้อยลง ซึ่งหมายความว่า ฟันจะกรอบมากขึ้น เมื่อมีแรงกัดมากเกินปกติ จะทำให้ฟันร้าวหรือฟันแตกได้ ส่วนบางคนที่มีฟันสึกมากๆ ฟันจะสบกันสนิท มักจะมีแรงบดเคี้ยวมาก จะพบว่ากรณีเช่นนี้ ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดฟันร้าวได้สูงเช่นเดียวกัน
     • ฟันผุ ฟันที่ผุเป็นรูขนาดใหญ่ หรือฟันที่มีรอยอุดขนาดใหญ่ จะทำให้ฟันซี่นั้นไม่แข็งแรงนัก จึงมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดฟันร้าวได้
     • แรงกระแทก เช่น ฟันโดนกระแทกขณะเล่นกีฬา หรือเกิดจากอุบัติเหตุ เป็นต้น นักกีฬาจึงควรสวมฟันยางขณะเล่นกีฬาจะช่วยลดความรุนแรงจากการชนหรือกระแทกได้ โดยเฉพาะกีฬาที่มีโอกาสเสี่ยงสูง เช่น ชกมวย หรือรักบี้ฟุตบอล นอกจากนี้ยังพบว่า คนที่ฟันหน้ายื่นยาวกว่าปกติ มักจะพบฟันร้างหรือฟันแตกได้บ่อยๆ
     • การใช้ฟันผิดหน้าที่ บางคนชอบใช้ฟันเปิดฝาขวด หรือกัดปากกา ดินสอ หรือกัดเล็บ เมื่อทำบ่อยๆ เป็นเวลานานๆ จะทำให้ฟันทนต่อแรงกัดที่มากเกินไปไม่ได้ ฟันก็จะร้าวหรือแตกได้ ฉะนั้น จึงไม่ควรใช้ฟันผิดหน้าที่เป็นอันขาด
     • คนนอนกัดฟัน หรือชอบกัดขบฟันเป็นระยะเวลานานๆ จะพบว่าเกิดฟันร้าวได้ง่าย
     • ฟันที่รักษาคลองรากฟันแล้วจะเปราะ จึงมีโอกาสร้าวหรือแตกได้ง่าย ฟันที่ผุลึกถึงโพรงประสาทฟันที่ทำการรักษาในคลองรากฟันแล้วจะต้องมีการทำครอบฟันเอาไว้เพื่อให้ฟันแข็งแรง

     การรักษาฟันร้าว
การรักษาฟันร้าวจะขึ้นกับระดับความลึกของรอยร้าว หรือลักษณะการร้าว ถ้าเป็นในระยะแรกรอยร้าวไม่ลึก ทันตแพทย์จะใช้วัสดุยึดฟันเอาไว้ หรือใช้ปลอกโลหะ (Metal Band) รัดฟันเอาไว้จนแน่ใจว่า ฟันไม่มีการร้าวต่อและไม่มีอาการปวด ทันตแพทย์ก็จะทำครอบฟันถาวรให้

แต่ถ้ามีอาการผิดปกติ ซึ่งแสดงว่า รอยร้าวลุกลามไปถึงโพรงประสาทฟันแล้ว จำเป็นต้องรักษารากฟันก่อน เพื่อกำจัดเชื้อโรคในโพรงประสาทฟันแล้วจึงทำครอบฟันภายหลัง ถ้าฟันซี่นั้นเกิดรอยร้าวเป็นเวลานาน จนฟันแตกแยกจากกันในแนวดิ่งจะไม่สามารถเก็บรักษาไว้ได้ ต้องถอนฟันออกไปเพราะเมื่อฟันแตก ส่วนของฟันจะเคลื่อนที่ในระหว่างเคี้ยวอาหาร และทำให้มีอาการปวดมาก

ฟันร้าวถือว่าเป็นภัยเงียบในช่องปาก ที่เป็นเหตุให้ต้องเสียฟันโดยไม่รู้ตัวได้บ่อยๆ ฉะนั้น เมื่อมีอาการเสียวฟันผิดปกติ จึงไม่ควรปล่อยทิ้ง เพราะการตรวจพบในระยะแรกๆ จะทำให้เราสามารถเก็บรักษาฟันซี่นั้นไว้ได้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก siammedia.org