gallery
8027507765_0fab7bc183_z

เด็กกลัวการทำฟันควรทำอย่างไรดี

สำหรับผู้ใหญ่บางคน การทำฟันเป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก เนื่องจากถูกปลูกฝังตั้งแต่ยังเด็กว่า อย่าร้องนะเดี๋ยวจะพาไปหาหมอฟัน ไปให้หมอฉีดยาเจ็บๆ บ้าง ไปให้หมอถอนฟันทิ้งบ้าง ล้วนทำให้เด็กเกิดจินตนาการด้านลบเกี่ยวกับหมอฟันไปต่างๆ นานา แล้วยิ่งไปเจอประสบการณ์ที่ไม่ดีๆ ตั้งแต่เด็กในขณะทำฟันแล้ว ก็ยิ่งทำให้โตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่กลัวการทำฟันได้

เด็กสมัยนี้ไม่ค่อยเป็นอย่างนั้นแล้ว เพราะผู้ปกครองมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการดูแลสุขภาพฟันของลูก ให้การสนับสนุนนำลูกมาพบทันตแพทย์ตั้งแต่แรกๆ ที่ยังไม่มีอาการของโรค มาให้หมอตรวจเช็คฟัน ทำความคุ้นเคยกับหมอฟัน ปลูกฝังทัศนคติดีๆ ทำให้ภาพหมอฟันที่เปรียบเหมือนเป็นปีศาจร้ายในสายตาเด็กๆ หายไปมาก

การจำทำให้เด็กๆ ยอมรับการทำฟันและการเสริมสร้างให้เด็กมีความรู้สึกที่ดีต่อการทำฟันนั้น เป็นศาสตร์และศิลปะอย่างหนึ่งที่จำเป็น ซึ่งต้องมีประสบการณ์มากเพียงพอ การบำบัดรักษาทางทันตกรรมสำหรับเด็กนั้นมิได้มีความหมายเพียงว่า อุดฟันหรือถอนฟัน แต่ความจริงแล้วการทำฟันเด็กนั้นมีความหมายที่กว้างอีกมากมาย เด็กเปรียบเสมือนผ้าขาว เด็กยังไม่มีประสบการณ์และการเรียนรู้ ดังนั้น การทำฟันครั้งแรกของเขาเป็นอย่างไรเขาก็จะมีความรู้สึกอย่างนั้นตลอดไปจนโตเป็นผู้ใหญ่ ยากที่จะลบเลือนหรือเปลี่ยนแปลงได้ การทำงานกับเด็กนั้นจะต้องเริ่มต้นตั้งแต่เด็กเดินเข้าประตูสำนักงานทันตกรรม จนถึงห้องทำฟัน ขณะทำฟัน จนถึงส่งเด็กกลับบ้าน ทันตแพทย์หรือผู้ร่วมงานทุกคนล้วนมีบทบาทที่ช่วยส่งเสริมพฤติกรรมของเด็กในการทำฟันด้วยกันทั้งสิ้น

โดยทั้วไปเด็กที่มาพบทันตแพทย์เพื่อทำฟันมีอยู่ 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ เด็กที่ให้ความร่วมมือ และเด็กที่ไม่ให้ความร่วมมือ สาเหตุแรกที่ทำให้เด็กๆ ไม่ร่วมมือในการทำฟันก็คือความกลัวซึ่งอาจจะมาจากประสบการณ์ที่เคยได้รับ หรือไม่เคยได้รับก็ตาม และยังขึ้นอยู่กับความรู้สึกนึกคิดและลักษณะนิสัยของเด็กแต่ละคนที่แตกต่างกันออกไป พ่อแม่ผู้ปกครองส่วนใหญ่มักจะพาบุตรหลานของตนมาพบทันตแพทย์ต่อเมื่อเด็กมีอาการเกี่ยวกับฟันแล้ว เช่น ฟันผุ ปวดฟัน เหงือกบวม หน้าบวม ซึ่งเมื่อเป็นเช่นนั้นการรักษาก็จะมีความยุ่งยากมากขึ้นตามลำดับของอาการที่ปรากฎ อาจจะต้องมีอาการเจ็บปวดบ้าง เช่น การรักษาประสาทฟัน ถอนฟัน หรือความเบื่อหน่ายจากการที่ต้องอ้าปากให้ทันตแพทย์ทำการรักษาเป็นเวลานานๆ

ถ้าผู้ปกครองพาเด็กไปพบทันตแพทย์เสียตั้งแต่ยังไม่มีอาการ การตรวจทำฟัน หรือการรักษาก็จะง่าย เด็กๆ ก็จะรู้สึกสนุกสนานในขณะทำฟัน ทัศนคติของเด็กต่อการทำฟันก็จะเป็นไปในทางที่ดี

แต่ผู้ปกครองส่วนใหญ่มักจะคิดว่า ถ้าเด็กมีปัญหาเรื่องฟันก็พาไปหาทันตแพทย์ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทันตแพทย์ โดยทิ้งภาระทั้งหมดไว้ให้กับทันตแพทย์ ซึ่งเป็นความคิดที่ผิด เพราะเด็กจะมาอยู่กับทันตแพทย์เพียงชั่วขณะที่เด็กมารับการรักษาฟันเท่านั้น อาจเป็นเวลาเพียงแค่ครึ่งชั่วโมงหรือหนึ่งชั่วโมง ซึ่งหมายถึงเป็นชั่วระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น แต่เด็กจะอยู่กับผู้ปกครองแทบตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ดังนั้นผู้ปกครองจะเป็นผู้ที่ดูแลเด็กได้ดีที่สุดเพื่อจะสร้างทัศนคติที่ดีให้เด็กต่อการทำฟัน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก owendental.com