gallery
find-dentist1

รักษารากฟันแล้ว…ฟันจะแข็งแรงไปตลอดกาลใช่ไหม???

เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการรักษารากฟันแต่ละซี่ จะมีราคาสูงกว่าการถอนฟันอยู่มาก เมื่อคนไข้จำใจต้องตัดสินใจว่า จะขุดรากถอนฟันที่มันปวดแสนปวดนี้ทิ้งไปเลย หรือจะรักษารากฟันเพื่อเก็บฟันไว้ใช้บดเคี้ยวต่อไปดี มักจะมีคำถามเสมอว่า

ถ้ารักษารากฟันแล้วฟันจะแข็งแรงไปตลอดกาลใช่ไหม??? ขอตอบสั้นๆ ว่า “ไม่ใช่ค่ะ” และตอบยาวๆ เพิ่มเติมอีกว่า “การรักษารากฟันเป็นการนำเอาเส้นเลือดเส้นประสาทฟันที่อักเสบติดเชื้อ (ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ปวดฟัน) ภายในโพรงประสาทฟันออกไปจนหมด แล้วใส่ยาฆ่าเชื้อโรคจนคนไข้ไม่มีอาการปวดฟันแล้ว ก็อุดปิดให้เรียบร้อยทั้งรากฟันและตัวฟัน”

ฟันที่รักษารากฟันแล้วถือว่าเป็นฟันตาย เพราะไม่มีเส้นเลือดเส้นประสาทรากฟันภายในโพรงประสาทรากฟันเหลืออยู่แล้ว จึงไม่มีอาหารมาหล่อเลี้ยง ไม่มีประสาทรับความรู้สึก คงมีแต่วัสดุอุดรากฟันที่ทันตแพทย์อุดไว้ทดแทนเท่านั้น
เมื่อรักษารากฟันนานๆ ไปสีของฟันที่ผ่านการรักษารากฟันแล้วจะเข้มกว่าสีของฟันซี่ข้างเคียง และจะมีความแข็งแต่เปราะมากกว่าฟันปกติที่ไม่ได้ผ่านการรักษารากฟันอีกด้วยค่ะ เปรียบเหมือนกิ่งไม้แห้งๆ ที่จะเปราะหักง่ายมากกว่ากิ่งไม้สดๆนั่นล่ะค่ะ โดยเฉพาะฟันกรามที่ใช้แรงในบดเคี้ยวจะแตกหักง่ายมากกว่าฟันหน้าจึงควรบูรณะฟันกรามโดยการครอบฟันภายหลังจากการรักษารากฟันนะคะ

การรักษารากฟันนั้นถึงแม้จะเป็นการรักษาที่ช่วยให้คนไข้หายปวดฟันและไม่ต้องถอนฟัน แต่ไม่ได้หมายความว่าฟันที่รักษารากฟันแล้วจะแข็งแรงคงทนไปตลอดกาลนะคะ สรรพสิ่งย่อมมีเสื่อมไปเป็นของธรรมดาค่ะ ด้วยเหตุนี้ภายหลังการรักษารากฟันไม่เกิน 6 เดือน จึงควรครอบฟันซี่ที่ผ่านการรักษารากฟันแล้ว เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้แก่ตัวฟันและยังสามารถเลือกสีฟันให้สวยเหมือนฟันธรรมชาติข้างเคียงที่ไม่เคยรักษารากฟันได้อีกด้วย

แต่กว่าจะถึงขั้นตอนการบูรณะฟันโดยการครอบฟัน ทันตแพทย์อาจตรวจเพิ่มเติมอีกว่า ฟันที่จะครอบฟันนั้นจำเป็นต้องทำการรักษาอื่นๆ ร่วมด้วยหรือไม่ เช่น

- หากความสูงของตัวฟันที่เหลือภายหลังรักษารากฟันแล้วเหลือน้อยมาก (ฟันเตี้ย) จะทำให้ครอบฟันหลุดง่าย อาจจำเป็นต้องตัดแต่งเหงือกและกระดูกเพื่อเพิ่มความสูงของตัวฟันก่อนครอบฟัน

- หากเนื้อฟันเหลือน้อยมากจนแทบไม่มีเหลือไว้ยึดครอบฟัน อาจจำเป็นต้องใส่เดือยฟันก่อนครอบฟัน