gallery
ChildrenDentistry-service

การทำฟันโดยวิธีให้ยาสงบประสาท

การให้เด็กทานยาให้เคลิ้มหลับเพื่อทำฟัน วิธีนี้จะดูราบรื่นขึ้นเพราะเด็กจะง่วงนอนมากเกินกว่าจะร้องและดิ้นแรงๆ ทำให้หมอสามารถทำงานได้สะดวกขึ้น เร็วขึ้น และทำให้เสร็จทุกซี่ในคราวเดียวได้

ยาที่ให้ทานเป็นยากลุ่มที่ทำให้ง่วงผสมกับยาแก้แพ้ ปริมาณยาที่ให้ทานก็ต้องสัมพันธ์กับน้ำหนักของเด็ก เด็กไม่จำเป็นต้องเข้าพักเป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาล แต่ต้องงดน้ำงดอาหารก่อนทำฟันอย่างน้อย 6 ชั่วโมงเพื่อป้องกันการสำลัก (โดยปกติเด็กเล็กๆ เวลาร้องไห้มากๆ มักจะอาเจียนง่าย จึงกลัวสำลักอาหาร) ก่อนทานยาก็ควรให้กุมารแพทย์ตรวจร่างกายก่อน ดูว่าสุขภาพทั่วไปแข็งแรงดี ไม่เป็นหวัดในวันที่มาทำฟัน

สำหรับผลข้างเคียงของยา
ยังไม่พบว่ามีการแพ้ยา ส่วนใหญ่พบว่า เด็กจะง่วงอยู่นาน คือทานยาตั้งแต่เช้าจนทำฟันเสร็จไปนานแล้ว ยังง่วงนอนต่อทั้งบ่าย จนเย็นจึงจะตื่นรื่นเริงเช่นเดิม แต่ก็มีบางคน ทำฟันเสร็จก็ตื่น เล่นของเล่นได้ตามปกติ และมีบ้างที่ร้องไห้อาละวาดมากหลังทานยา ก่อนจะหมดฤทธิ์หลับไป มักจะเป็นกับเด็กที่โตสักหน่อย พอจะรู้เรื่องว่าจะต้องมาทำอะไร ก็จะต่อต้านไม่ยอมหลับ อย่างไรก็ตาม เด็กๆ แค่ง่วงมาก ไม่ได้สลบ เด็กยังคงหายใจเองไม่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจใดๆ เด็กอาจตื่นมาร้องไห้ได้ขณะใส่ยาชา เมื่อชาแล้วหมอก็กล่อมให้หลับต่อ และมีบ้างที่สะดุ้งตื่นมาร้องไห้เป็นครั้งคราวและหลับไปใหม่ ในขณะทำฟันหมอก็จะต้องมีเครื่อง pulse oximeter ติดที่นิ้วของเด็ก เพื่อตรวจสอบการหายใจและการเต้นของหัวใจตลอดการทำฟัน

ใช้วิธีนี้เป็นทางเลือกสำหรับเด็กที่เล็กมากๆ ยังไม่สามารถให้ความร่วมมือในการทำฟันได้ และมีฟันผุรุนแรงหลายซี่ และคุณพ่อคุณแม่ไม่อยากให้ลูกต้องร้องไห้มาก ร้องไห้หลายครั้ง เกรงว่าจะเข็ดขยาดการทำฟัน รวมทั้งคุณแม่หลายๆท่านที่เห็นลูกร้องไห้ขณะทำฟันแล้ว คุณแม่แทบจะร้องไห้ตาม ก็มีทางเลือกนี้อีกทาง

หมอจะทำตอนเช้าของวัน ให้เด็กตื่นแล้วมาโดยยังไม่ได้ทานอะไร หลังจากตรวจสุขภาพอีกครั้งโดยกุมารแพทย์ น้องก็ได้ทานยาน้ำหวานสีแดง (หวานๆขมๆ) จากนั้น ให้ผู้ปกครองอุ้มเดินกล่อม ประมาณ 30 นาทีขึ้นไป เด็กจะก็เริ่มง่วง เด็กที่หลับง่าย อาจเร็วกว่านี้ เด็กที่หลับยากอาจนานเกือบ 1 ชั่วโมงหลังทานยาจึงหลับ ในการรักษา หมอจะพยายามทำให้ได้งานดีที่สุดและเสร็จเร็วที่สุด แต่ก็ขึ้นอยู่กับความเสียหายของฟันว่ามากน้อยแค่ไหน โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 1-1 ชั่วโมงครึ่ง เมื่อเสร็จแล้วก็จะปลุกเด็กให้ตื่น ซึ่งก็ตื่นมาร้องไห้หาคุณพ่อคุณแม่กันทุกคน เมื่อคุณพ่อหรือคุณแม่อุ้ม หนูน้อยก็หยุดร้องและหลับต่อ ซึ่งจะต้องอยู่ดูอาการอีก 2 ชั่วโมง จนแน่ใจว่าหนูน้อยตื่นรู้สึกตัวดี พูดคุยรู้เรื่อง ให้ลองทานนมหรือน้ำได้ เมื่อไม่มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน จึงอนุญาตให้กลับบ้านได้ เมื่อได้พูดคุยถึงการรักษาและการดูแลน้องเป็นที่เข้าใจแล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็พาน้องกลับบ้านได้เลย พร้อมกลับมาตรวจฟันเป็นประจำ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก samitivejhospitals.com