gallery
b80f236ecc2ae0bc

10 สิ่งใกล้ตัวที่ทำให้สุขภาพช่องปากของคุณย่ำแย่

10 สิ่งใกล้ตัวที่แทบไม่น่าเชื่อ ว่าจะทำให้คุณเกิดปัญหาสุขภาพปากและฟันนั้นมีอะไรกันบ้าง

1. เครื่องดื่มเกลือแร่
        ทราบหรือไม่ว่า เครื่องดื่มประเภทนี้ไม่ดีต่อฟันเอาซะเล้ย ทั้งนี้เพราะมีผลการวิจัยออกมายืนยันว่า เครื่องดื่มเกลือแร่เหล่านี้ มักมีค่าความเป็นกรดอยู่ในระดับสูง ซึ่งกรดเหล่านี้สามารถส่งผลให้ผิวฟันผุกร่อนได้ง่ายๆ นอกจากนี้น้ำตาลที่มีอยู่ในเครื่องดื่มนี้เมื่อสะสมเป็นระยะเวลานานยังก่อให้เชื้อแบคทีเรีย(Bacteria) ซึ่งเป็นสาเหตุให้ฟันเปราะ แตกหักง่าย และเกิดภาวะร่องเหงือกอักเสบได้อีกด้วย

2. การแปรงฟันผิดเวลา
        หลายท่านเคยชิน ทานอาหารเสร็จปุ๊บ ต้องรีบเข้าห้องน้ำแปรงฟันปั๊บเพื่อหวังกำจัดเชื่อแบคทีเรีย เป็นอีกหนทางในการป้องกันฟันผุ แต่ในความจริงแล้วการแปรงฟันหลังอาหารทุกมื้อ อาจไม่ได้ส่งผลดีต่อสุขภาพฟันเสมอไป หากมื้อนั้นคุณรับประทานอาหารที่มีกรดสูง เช่น ไวน์ , กาแฟ , น้ำอัดลม หรือผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว
        ทั้งนี้เพราะอาหารที่มีกรดสูง เมื่อเรารับประทานเข้าไปกรดของมันจะเข้าไปทำลายเคลือบฟันมากอยู่แล้ว หากยิ่งไปขัดถูแปรงฟันเข้าอีก เคลือบฟันก็จะยิ่งสึกกร่อนและถูกทำลายมากเข้าไปใหญ่ ฉะนั้นแนะนำว่าหลังทานอาหารที่มีกรดสูงเข้าไป ให้กลั้วปากด้วยน้ำเปล่าไปก่อน จากนั้นรอสัก 1 ชั่วโมงแล้วค่อยแปรงฟัน เช่นนั้นจะส่งผลดีต่อฟันมากกว่าค่ะ

3. นิยมจิบไวน์
        ?ไวน์? (wine) เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (Alcohol) ที่หลายคนติดอกติดใจนี่แหละค่ะ ที่เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง ซึ่งทำให้ฟันผุ เพราะกรดที่มีอยู่ในไวน์นั้น สามารถทำให้เคลือบฟันของเราค่อยๆ เสื่อมสภาพลง ฉะนั้นสำหรับผู้ชื่นชอบการจิบไวน์ แต่อยากลดความเสี่ยงเรื่องภาวะฟันผุ David F. Halpern แนะนำว่า ควรจิบไวน์แต่พอควร จิบเรื่อยๆ ทีละนิด หลังจิบแล้วก็ดื่มน้ำเปล่าเข้าไปสักหน่อย เพื่อให้น้ำเปล่าช่วยชำละล้างกรดในไวน์ ไม่ให้ทำลายเคลือบฟันได้มากนัก
        รวมถึงรับประทานไวน์ คู่กับอาหารที่อุดมด้วยแคลเซียม (Calcium) เช่น ดื่มไวน์ขาว คู่กับ ชีส (chese) หรือรับประทานอาหารอย่างอื่นเป็นกับแกล้ม ระหว่างจิบไวน์ไปด้วย เพราะน้ำลายที่เกิดจากการเคี้ยวอาหารจะช่วยให้กรดในไวน์เจือจางได้

4. ทานยาลดน้ำหนัก
        คุณอาจไม่ทราบว่า ยาลดน้ำหนักก็สามารถเพิ่มความเสี่ยงทำให้คุณเป็นโรคเหงือกและฟันผุได้ด้วย เพราะยาลดความอ้วนส่วนใหญ่ มักส่งผลให้ต่อมน้ำลายผลิตน้ำลายน้อยลง ซึ่งเมื่อน้ำลายในปากน้อยลง เชื้อแบคทีเรียที่มีอยู่ในช่องปากก็จะทำลายเหงือกและฟันของคุณได้มากขึ้น จนนำไปสู่อาการฟันผุ สุขภาพช่องปากย่ำแย่
ฉะนั้นการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอคู่ไปกับการควบคุมอาหารจึงเป็นหนทางที่ปลอดภัยที่สุด ที่นอกจากจะทำให้คุณลดน้ำหนักได้อย่างปลอดภัยแล้ว ยังปกป้องร้อยยิ้มสวยๆของคุณไว้ได้อีกต่างหาก

5. ดื่มชา – กาแฟ
        เครื่องดื่มร้อนๆหอมกรุ่นอย่าง ชา – กาแฟ ที่สาวเราชอบดื่มกัน นอกจากจะทำให้เกิดคราบไม่น่ามองที่ฟันแล้ว สารแทนนิน(tannin)ในชา – กาแฟ ยังส่งผลต่อผิวฟันทำให้ผุกร่อนง่ายอีกด้วย ดังนั้นนอกจากจะแนะนำให้ดื่มชา กาแฟแต่พอดีแล้ว หลังดื่มเสร็จควรกลั้วน้ำเปล่าเสียหน่อยเพื่อช่วยเจือจางสารแทนนินมิให้ทำลายผิวฟันและถ้าจะให้ดีควรเพิ่มนมลงไปในชาหรือกาแฟด้วย

6. อดอาหาร ลดน้ำหนัก
        เมื่ออยู่ในช่วงไดเอท(diet) บางคนตั้งหน้าตั้งตาจำกัดอาหาร หวังลดน้ำหนัก ควบคุมส่วนให้สวยนิ้ง จนลืมคิดไปว่า การที่คุณสาวๆรับประทานอาหารน้อยลงนั้น เป็นสาเหตุให้คุณขาดวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญต่อเหงือกและฟัน ทั้งโฟเลต(Folate), วิตามินดี(Vitamin D), โปรตีน(Protein), แคลเซียม, วิตามินซี(Vitamin C) ฯลฯ และได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ยังส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายต่ำลง จนอาจเกิดการติดเชื้อที่เหงือกและช่องปากได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

7. ทานยาคุมกำเนิด
        เกิดเป็นผู้หญิง ไม่ใช่เรื่องง่ายจริงๆ เพราะยาคุมกำเนิดที่สาวมีคู่แล้วต้องรับประทานเพื่อคุมกำเนิดเนี้ย ส่งผลต่อการรักษาโรคเหงือกและฟันที่จะทำได้ยากขึ้น ทั้งนี้มีการศึกษายืนยันว่า ผู้หญิงที่รับประทานยาคุมกำเนิด หากพวกเธอเกิดภาวะฟันผุ แล้วต้องไปถอนฟันนั้น มีแนวโน้มว่าผู้หญิงกลุ่มนี้จะเกิดภาวะการติดเชื้อที่เหงือกมากกว่าคนทั่วไป(ผู้ไม่รับประทานยาคุมกำเนิด)ถึง 2 เท่า ฉะนั้นหากคุณยังต้องรับประทานยาคุมกำเนิดจริงๆ แนะนำว่าควรปรึกษากับทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อคอยระมัดระวังสอดส่องผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้น

8. ฮอร์โมนในช่วงวัยรุ่น เพิ่มความเสี่ยง โรคเหงือก
        เป็นอีกเรื่องที่ต้องเตือนกันไว้ สำหรับหนุ่ม-สาวแรกรุ่น ที่นอกจากเราจะทราบกันดี ว่าเมื่อฮอร์โมน(Hormone)ในช่วงวัยรุ่นพุ่งพล่าน นอกจากจะทำให้เกิดสิว หน้ามัน ฯลฯ แล้ว ยังสามารถทำให้เกิดภาวะเหงือกบวมและมีความเสี่ยงที่จะเกิดการติดเชื้อที่เหงือก เกิดโรคเหงือกอักเสบและแผลในปากได้ง่ายขึ้น
        แต่ทั้งนี้ หากดูแลสุขอนามัยภายในช่องปากให้ดี แปรงฟันอย่างสม่ำเสมอ และพบแพทย์เป็นประจำ ก็จะสามารถลดความเสี่ยงในเรื่องนี้ได้ค่ะ

9. การฟอกฟันขาว
        แม้ยังไม่ชัดเจนว่าการฟอกฟันขาวจะทำลายผิวฟัน แต่ก็มีงานวิจัยหลายชิ้น ที่ระบุว่า การฟอกฟันเพื่อให้ขาวใสนั้น สามารถส่งผลให้ผิวฟันบอบบาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทำบ่อยเกินไป!

10. อายุเพิ่ม กระดูก – ฟันยิ่งอ่อนแอ
        เป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องเตรียมใจค่ะ เมื่ออายุเพิ่มขึ้น กระดูกและฟันของเราย่อมเสื่อมไปตามกาลเวลา แม้เรื่องอายุจะหยุดยั้งไม่ได้ แต่คุณก็สามารถช่วยบรรเทาความสึกหลอของฟันได้ ทั้งการรับประทานอาหารที่เปี่ยมไปด้วยแคลเซียม รวมถึงใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์(fluoride)อย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันฟันผุ