gallery
thumb3bkk

ดัดฟันแฟชั่นสารพัดโรค

เรื่องที่นำมาเล่ากันวันนี้เป็นเรื่องจริงที่นำมา แผยแพร่ให้เห็นโทษจากการดัดฟันแฟชั่นซึ่งเป็นเรื่องนิยมแบบผิดๆ เพราะการจัดฟันเป็นเรื่องของการรักษาลักษณะของการเรียงฟันที่ผิดปรกติ โดยข่าวมีเนื้อความว่า

ทันตแพทยสภา เตือนวัยรุ่น ดัดฟันแฟชั่นรูปแบบใหม่ นอกจากสวยเท่ห์ ดูไฮโซ อาจได้สารพัดโรคเป็นของแถม ทั้งไวรัสตับอักเสบ เอ บี และ ซี เชื้อเอดส์ ทั้งยังเป็นบาดทะยักไม่รู้ตัว จนถึงเป็นแผลเรื้อรังถึงขั้นเป็นมะเร็งได้ เร่งประสาน สธ. อย. สสจ. ทั่วประเทศกวาดล้างบริการจัดฟันเถื่อน ด้าน ไชยา-ชวรัตน์ สั่งจัดการด่วน

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : ศ.พิเศษ พล.ท. ทพ.พิศาล เทพสิทธา นายกทันตแพทยสภา แถลงข่าว จัดฟันแฟชั่น อันตรายที่คาดไม่ถึง ว่า การจัดฟันแฟชั่นเป็นการจัดฟันที่ไม่จำเป็น และเป็นอันตรายอย่างยิ่ง แต่ขณะนี้กำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่นอีกครั้ง ภายหลังจากเมื่อปี 2547 เคยมีการนิยมจัดฟันแฟชั่นมาแล้ว แต่เป็นการนำเส้นลวดจัดฟันมาใส่เอง รวมทั้งลูกปัดหลายหลากสี ซึ่งเป็นอันตราย เสี่ยงต่อการติดเชื้อ และได้รับสารพิษได้ เช่น สารปรอท แคดเมี่ยม สารหนู และยังเป็นการทำลายเหงือก หากหลุดลงคอไปยังปอดก็อาจเสียชีวิตได้ แต่เมื่อมีการนำเสนอข่าวและรณรงค์ต่อเนื่อง ทำให้กระแสนิยมจัดฟันแฟชั่นจางหายไป แต่ขณะนี้กลับเกิดการจัดฟันแฟชั่นแบบใหม่ขึ้นและมีอันตรายมากกว่าแบบเดิม โดยมีการพิมพ์แบบฟันจำลองฟัน และนำลวดที่ใช้จัดฟันมาใช้และใส่ปากคนไข้เช่นเดียวกับทันตแพทย์ มีการกรอฟัน ซึ่งการใส่เหล็กดัดฟันทั้งที่ไม่จำเป็น ทั้งยังทำไม่ถูกวิธีจะทำให้ฟันได้รับแรงกด ซึ่งอาจบิดเบี้ยวและเป็นฟันเกได้ ทำให้ฟันที่ดีอยู่แล้วอาจสบฟันไม่ได้เหมือนเดิม

ศ.พิเศษ พล.ท. นพ.พิศาล กล่าวว่า คนให้บริการจัดฟันแฟชั่นในลักษณะนี้ หากไม่ประกอบวิชาชีพจะถือเป็นการทำที่ผิดกฎหมายตาม พรบ.ประกอบวิชาชีพเวชกรรม เนื่องจากการทำฟันในรูปแบบนี้ต้องเป็นทันตแพทย์เท่านั้น และหากทันตแพทย์เป็นผู้เปิดให้บริการเอง ก็ถือว่าเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืน พรบ.ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเวชกรรม 2537 เช่นกัน เพราะเป็นการจัดฟันที่ไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์

อย่างไรก็ตามทางทันตแพทยสภาได้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกองการประกอบโรคศิลปะ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพื่อตรวจสอบผู้ให้บริการจัดฟันแฟชั่นเหล่านี้ พร้อมทั้งขอให้สาธารณสุขจังหวัด ดำเนินการตรวจสอบสถานที่ซึ่งเปิดให้บริการจัดฟันในลักษณะนี้ทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพราะถือเป็นการทำผิด พรบ.สถานพยาบาล 2541 โดยเปิดบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยมีโทษจำคุก 4 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ยังประสานไปยังสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อดำเนินการกับแหล่งผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ที่ใช้ในการดัดฟันไม่ได้มาตรฐาน ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลเครื่องมือแพทย์ ตาม พรบ.เครื่องมือแพทย์ ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ฝากเตือนไปยังคนที่ให้บริการจัดฟันแฟชั่น หากรู้เท่าไม่ถึงการณ์ขอให้ยุติให้บริการแบบนี้ซะ และหากยังไม่หยุดดำเนินการ ทันตแพทย์สภาจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด นายกทันตแพทยสภา กล่าว

ทพ.ไพศาล กังวลกิจ เลขาธิการทันตแพทยสภา กล่าวว่า เรื่องนี้จำเป็นต้องให้ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นรับทราบ เพราะการจัดฟันแฟชั่นขณะนี้มีรูปแบบจัดฟันเปลี่ยนไปจากอดีต มีการใช้เครื่องมือเช่นเดียวกับทันตแพทย์ทำในปาก ทั้งพิมพ์ฟัน ใช้กรดกัดฟัน บางแห่งยังใช้เครื่องกรอฟัน ซึ่งหากเครื่องมือเหล่านี้ไม่มีการทำความสะอาดอย่างถูกวิธี โดยไม่มีการฆ่าเชื้อ อาจเสี่ยงต่อการติดโรคระบาดบางโรคที่สามารถติดต่อผ่านทางน้ำลายได้ ทั้งไวรัสตับอักเสบเอ บี และซี นอกจากนี้ยังอาจติดเชื้อเอดส์ได้ด้วย ส่วนเหล็กดัดฟันที่ใส่ให้นั้น หากไม่ได้มาตรฐานก็อาจมีสนิมขึ้นและเป็นอันตรายในภายหลังได้

สำหรับร้านให้บริการจัดฟันแฟชั่นนิยมเปิดให้บริการอย่างแพร่หลายในศูนย์การค้าหลายแห่ง แหล่งการค้ากลางใจเมือง มีการเปิดทำอย่างเปิดเผย และติดป้ายโฆษณาเชิญชวนวัยรุ่นให้รับบริการ สามารถทำได้ทันที และยังพบว่า มีการโพสข้อความการให้บริการทางอินเตอร์เน็ทด้วย ซึ่งการให้บริการค่อนข้างแพง มีราคาตั้งแต่ 800-4,000 บาท นอกจากนี้ยังเริ่มมีการแพร่ระบาดการขายยางและที่ใส่ดัดฟันกลับเข้ามาอีกครั้ง

เหล็กดัดฟันแฟชั่นกำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่น นอกจากดูสวยและเท่ห์จนกลายเป็นช่องทางให้พ่อค้าฉวยโอกาสหาประโยชน์ ขอเตือนว่ายังอาจได้รับของแถมเป็นเชื้อโรคติดต่อ ซึ่งทันแพทย์สภาไม่อยากให้มองข้างปัญหาเหล่านี้ จึงอยากให้ตระหนักผลเสียที่อาจเกิดขึ้น แน่นอนผลประโยชน์การจัดฟันแฟชั่น ร้านค้าเป็นผู้ได้รับ แต่ผลเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้รับบริการใครจะรับผิดชอบ ทพ.ไพศาล กล่าว และว่า เรื่องนี้ต้องให้ความรู้กับวัยรุ่น สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดัดฟัน เพราะในกรณีที่ไม่จำเป็น ทันตแพทย์ก็จะไม่ทำให้ เพราะเครื่องมือเหล็กดันฟันต้องอยู่กับฟันและปากตลอด หากดูแลไม่ดีจะส่งผลต่อเนื้อเยื่อได้ อีกทั้งหากเหล็กใส่ไม่ดียังเสี่ยงที่จะเกี่ยวกระพุ้งแก้มให้เป็นแผลเรื้อรัง ซึ่งอาจกลายเป็นมะเร็งในภายหลังได้

ด้าน ทพ.สมชาย กิจสนาโยธิน กรรมการแพทยสภา กล่าวว่า ที่ผ่านมาทันตแพทยสภาได้รับการร้องเรียน และรับทราบข้อมูลจากทันตแพทย์ด้วยกันว่า มีผู้ป่วยซึ่งเป็นกลุ่มวัยรุ่นมาขอให้รื้อเหล็กดัดฟันที่ทำไม่ถูกต้องออก ซึ่งตนก็มีประสบกับตนเอง โดยมีผู้ป่วยซึ่งเป็นนักศึกษามาขอให้ถอดเหล็กดัดฟันออก หลังจากไปใส่มาประมาณ 2 เดือนที่แล้ว เนื่องจากอาจารย์ในวิทยาลัยแห่งหนึ่งไล่นักศึกษาให้มาถอดออก ซึ่งเรื่องนี้อยากให้ตระหนัก เพราะหากทำความสะอาดไม่ดี จะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค เน่าเฟะ และยังอาจได้รับเชื้อบาดทะยักจากเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐานตายโดยไม่รู้ตัวได้

ต้องเปลี่ยนทัศนคติวัยรุ่น เช่นเดียวกับบุหรี่ เพราะตอนนี้วัยรุ่นคิดว่าการใส่เหล็กดัดฟันแล้ว ดูสวย เท่ห์ และเป็นไฮโซ ซึ่งไทยเป็นประเทศเดียวในโลกที่มีการจัดฟันแฟชั่นแบบนี้ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งดำเนินการอย่างจริงจัง กรรมการแพทยสภา กล่าว

ขณะที่ นพ.ธารา ชินะกาญจน์ ผอ.กองการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ทางนายไชยา สะสมทรัพย์ รมว.สาธารณสุข และนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมช.สาธารณสุข ได้สั่งการให้กองประกอบโรคศิลปะ ประสานข้อมูลกับทางทันตแพทยสภา เพื่อเข้าไปดำเนินการกับหมอฟันเถื่อนที่เปิดให้บริการ ซึ่งเร็วๆ นี้จะประชุมร่วมกับทันตแพทยสภาเพื่อวางแผนร่วมกันก่อนประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อล่อซื้อและจับกุม ซึ่งการนำวัสดุทุกชนิดเข้าไปในปากคนไข้ ถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย หากไม่ได้เป็นทันตแพทย์ แต่ปัญหาคือ หมอฟันเถื่อนกลุ่มนี้จะระวังตัวมาก หากเราไปดำเนินการช่วงที่เขายังไม่ได้ใส่วัสดุเข้าไปในปากลูกค้าหรือคนไข้ก็ไม่สามารถดำเนินการเอาผิดได้ ดังนั้นต้องล่อซื้อและเอาผิดจับให้ได้คาหนังคาเขา